รอบบ้านรอบเมือง » รวบหนุ่มแสบตระเวนตัดสายเคเบิ้ล นำทองแดงไปขาย สร้างความเสียหายเกือบล้านบาท

รวบหนุ่มแสบตระเวนตัดสายเคเบิ้ล นำทองแดงไปขาย สร้างความเสียหายเกือบล้านบาท

30 มีนาคม 2022
332   0

Spread the love

เสียหายนับล้าน หนุ่มสุโขทัยแสบขี่รถจักรยานยนต์แอบตระเวนตัดสายเคเบิ้ลขาย สารภาพก่อเหตุมากว่า 10 ครั้ง

ต้องการนำเงินมาใช้จ่าย

นาย ยศกร สุทธิประภา หรือเปลว อายุ 28 ปี ชาวจังหวัดสุโขทัย ถูกชุดสืบสวนตำรวจภูธรเชียงใหม่นำกำลังบุกเข้าจับกุมที่บริเวณไซด์งานก่อสร้างบ้านดอยน้อยพัฒนา ม.13 ต.หนองหาร อำเภอ.สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์รุ่นสกู๊ปปี้ไอ สีขาว,น้ำตาล ทะเบียน 2กฉ 7782 เชียงใหม่

 

หลังผู้ต้องหาได้ก่อเหตุลงมือขโมยตัดสายเคเบิลของค่ายโทรศัพท์แห่งหนึ่งภายในหมู่บ้านล้านนาวิลล์ ตำบลสันเผีเสื้อ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนที่ทางค่ายจะเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.แม่ปิง ให้เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี กระทั่งสามารถจับกุมคนร้ายได้ช่วงบ่ายวันนี้ ( 29 มีนาคม ) 2565 และคุมตัวผู้ต้องหาไปค้นห้องเช่าไม่มีเลขที่ในสวนลำไย อำเภอสันทราย พบของกลางเป็นคีมที่ใช้ก่อเหตุ


จากการสอบสวนนาย ยศกร สุทธิประภา หรือเปลว อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพเป็นคนลงมือก่อเหตุตัดสายเคเบิลจริง โดยได้ก่อเหตุมาประมาณกว่า 10 ครั้งในเขตพื้นที่ อำเภอเมือง อำเภอสันทราย อำเภอแม่ริม และอำเภอสันกำแพง ซึ่งนำลวดทองแดงในสายเคเบิ้ลไปปลอกขายให้กับร้านขายของเก่าในกิโลกรัมละ 220 บาท


ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า
การจับกุมตัวผู้ต้องหาก่อเหตุในครั้งนี้ว่า สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการร้องเรียนจากบริษัทที่ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์ และสัญญาณอินเตอร์เน็ตว่าได้รับความเสียหายจากการถูกคนร้ายลักลอบตัดสายส่งสัญญาณหรือสายเคเบิลที่มีลักษณะสายข้างในเป็นทองแดงอยู่บ่อยครั้ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการสืบสวนติดตามเบาะแสของคนร้าย จนกระทั่งทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายยศกร หรือชื่อเล่นว่า เปลว และต่อมาทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการออกหมายจับ และสามารถจับกุมตัวได้ในช่วงเย็นที่ผ่านมา ขณะคนร้ายกำลังขับรถจักรยานยนต์ และทำการหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจนเจอตัวผู้ต้องหาที่ ทำงานก่อสร้างบริเวณบ้านดอยน้อยพัฒนา ม.13 ต.หนองหาร อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ จึงได้เข้าทำการควบคุมตัว และตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการสอบสวนที่ สภ.แม่ปิง

และจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุมาแล้ว 10 กว่าครั้ง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทางเจ้าหน้าที่บริษัทผู้เสียหายกำลังตรวจสอบอีกครั้งว่าจุดที่ถูกแอบตัดสายไปนั้นมีทั้งหมดกี่จุด นอกจากนี้แล้วตามประวัติของผู้ต้องหาเคยก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ และยังเคยร่วมกันก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้มาแล้วตอนอยู่ กทม. แต่ไม่เคยถูกจับ

นอกจากนี้ผู้ต้องหาก็ได้ตระเวนไปก่อเหตุหลายแห่ง รวมทั้งในพื้นที่ อ.แม่ริม แต่จะเกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้นใน อ.แม่ริม ที่เป็นข่าวหรือไม่นั้นจะต้องตรวจสอบอีกครั้ง และคาดว่าน่าจะมีคนร้ายที่ก่อเหตุในลักษณะเช่นนี้รายอื่นๆ อีก ส่วนผู้ต้องหารายนี้ได้ลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว โดยหลังก่อเหตุตัดสายเคเบิลมาได้แล้วก็จะเอาไปขาย แล้วหลังจากนั้นก็นำเงินที่ได้มาใช้จ่าย ซึ่งจากการที่คนร้ายก่อเหตุอาจจะได้เงินไม่มาก แต่สร้างความเสียหายให้กับทางบริษัทที่รับผิดชอบมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เนื่องจากสายถูกตัดทำให้เกิดการขัดข้องในการให้บริการ

อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น อยากฝากเตือนไปยังผู้ที่คิดจะก่อเหตุ หรือกระทำผิดลักษณะนี้ที่อาจเกิดจากความคึกคะนอง หรือความเห็นแก่ตัวเล็กน้อย อาจจะส่งผลกระทบกับทางสังคมเป็นวงกว้าง ซึ่งหลังจากการสอบสวนแล้วก็จะได้มีการส่งตัวผู้ต้องหารายนี้ดำเนินคดี ข้อหา “ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม และทำให้เสียทรัพย์”
สำหรับผู้ต้องหารายนี้ เคยถูกคุมขังในเรือนจำจังหวัดเชียงใหม่ข้อหาลักทรัพย์ และ ถูกปล่อยตัวเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2558 แต่กลับข้อเหตุซ้ำอีก