รอบบ้านรอบเมือง » ผบช.ภาค 5 คาดคนร้ายก่อเหตุเจาะตู้เอทีเอ็ม แบงก์ดังในอำเภอจอมทอง เป็นมืออาชีพวางแผนอย่างดี พบใช้เวลาเจาะตู้เอทีเอ็มเพียง 30 นาที ก่อนใช้สีสเปรย์พ่นทับรอยนิ้วมือตามจุดต่างๆ

ผบช.ภาค 5 คาดคนร้ายก่อเหตุเจาะตู้เอทีเอ็ม แบงก์ดังในอำเภอจอมทอง เป็นมืออาชีพวางแผนอย่างดี พบใช้เวลาเจาะตู้เอทีเอ็มเพียง 30 นาที ก่อนใช้สีสเปรย์พ่นทับรอยนิ้วมือตามจุดต่างๆ

25 กุมภาพันธ์ 2021
612   0

Spread the love

-ผบช.ภาค 5 คาดคนร้ายก่อเหตุเจาะตู้เอทีเอ็ม แบงก์ดังในอำเภอจอมทอง เป็นมืออาชีพวางแผนอย่างดี พบใช้เวลาเจาะตู้เอทีเอ็มเพียง 30 นาที ก่อนใช้สีสเปรย์พ่นทับรอยนิ้วมือตามจุดต่างๆ ด้านชุดสืบสวน คุมตัวผู้ต้องสงสัย 1 คนมาสอบปากคำ แต่ยังปฏิเสธ

 


ความคืบหน้าเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ลักลอบปีนเข้าไปทางห้องน้ำชั้น 2 ของธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาจอมทอง ถนนเชียงใหม่-ฮอด ตำบลข่วงเป่า อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ที่ปิดสาขาไปแล้วตั้งแต่เดือนกรกฏาคม 2563 ก่อนจะใช้เครื่องเป่าเหล็ก เจาะตู้เอทีเอ็มที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าธนคาร กวาดเงินสดไปได้กว่า 2.1 ล้านบาท
โดยคนร้ายลักลอบเข้าไปในธนาคารเมื่อเวลา 22.00 น. และใช้เวลาเจาะตู้เอทีเอ็ม เพียง 30 นาที ก่อนจะนำเงินภายในตู้เอทีเอ็มออกมา และใช้เวลาลบลายนิ้วมือ และหลักฐานต่างๆ โดยใช้สีสเปรย์ฉีดทับ จนถึงเวลา 03.00 น. ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ก่อนจะหลบหนีออกไป โดยไม่มีใครเห็น เนื่องจากธนาคารไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ และเป็นช่วงกลางดึกที่ปลอดคน ขณะเดียวกันคนร้ายก็รู้มุมของกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ จึงไม่สามารถจับใบหน้าคนร้ายได้


กระทั่งเวลา 13.30 น.วันที่ 24 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ได้รับแจ้งเตือนทางระบบว่าตู้เอทีเอ็มสาขาดังกล่าวขัดข้อง จึงส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ จนพบว่าตู้เอทีเอ็มถูกเจาะ จึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.จอมทอง


ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ ( 25 กุมภาพันธ์) พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้ประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.ธวัธชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รองผู้บังคับการสืบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 และชุดสืบสวน เพื่อติดตามความคืบหน้าในการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดี


พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่เพื่อร่วมกับชุดสืบสวน สภ.จอมทอง หาเบาะแสคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าคนร้ายจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน เนื่องจากที่เกิดเหตุมีรอยเท้าจำนวนมาก ลักษณะไม่ตรงกัน


ขณะเดียวกันคาดว่าคนร้ายจะเป็นมืออาชีพที่มีความชำนาญ และรู้ทิศทางเป็นอย่างดี เพราะทุกจุดที่คนร้ายใช้มือจับ หลังลงมือก่อเหตุแล้วได้ใช้สีเปรย์พ่นทับเพื่อปิดบังร่องรอยลายนิ้วมือ ไม่ให้เจ้าหน้าที่แกะรอยได้ ซึ่งถือคนร้ายเตรียมการมาล่วงหน้าอย่างดีก่อนก่อเหตุ


พล.ต.ท.ประจวบ กล่าวอีกว่า กรณีนี้อาจมีความเชื่อมโยงกับคนร้ายที่มีพฤติการณ์ก่อเหตุโดยใช้แก็สเจาะตู้เอทีเอ็ม ในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ อย่างไรก็ตามทางตำรวจกำลังเร่งติดตามตัวคนร้าย และหาเบาะแสจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง และสอบพยานแวดล้อม คาดว่าจะสามารถติดตามตัวคนร้ายได้อย่างแน่นอน
ล่าสุดมีรายงานข่าวว่าทางตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งแล้ว ซึ่งผู้ต้องสงสัยยังคงให้การปฏิเสธอยู่