รอบบ้านรอบเมือง » พบหญิงแก๊ง 1G1 ลอบเข้าเมืองทางช่องทางธรรมชาติ ฝั่งอำเภอแม่สาย ติดโควิด 19 เพิ่งอีก 2 ราย เป็นรายที่ 43 และ 44 ของเชียงใหม่ ด้าน สสจ.เผย นำกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง-ต่ำ 4 ราย ตรวจหาเชื้อและกักตัวแล้ว ระบุเป็นการติดเชื้อจากนอกประเทศ

พบหญิงแก๊ง 1G1 ลอบเข้าเมืองทางช่องทางธรรมชาติ ฝั่งอำเภอแม่สาย ติดโควิด 19 เพิ่งอีก 2 ราย เป็นรายที่ 43 และ 44 ของเชียงใหม่ ด้าน สสจ.เผย นำกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง-ต่ำ 4 ราย ตรวจหาเชื้อและกักตัวแล้ว ระบุเป็นการติดเชื้อจากนอกประเทศ

2 ธันวาคม 2020
401   0

Spread the love

พบหญิงแก๊ง 1G1 ลอบเข้าเมืองทางช่องทางธรรมชาติ ฝั่งอำเภอแม่สาย ติดโควิด 19 เพิ่งอีก 2 ราย เป็นรายที่ 43 และ 44 ของเชียงใหม่ ด้าน สสจ.เผย นำกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง-ต่ำ 4 ราย ตรวจหาเชื้อและกักตัวแล้ว ระบุเป็นการติดเชื้อจากนอกประเทศ

เมื่อเวลา 16.40 น.วันนี้ ( 2 ธ.ค.) นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมนายแพทย์ จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และ นายแพทย์วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ ร่วมกันแถลงข่าว กรณีพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด 19 เพิ่ม 2 ราย ซึ่งถือเป็นผู้ป่วยติดเชื้อรายที่ 43 และ 44 ของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นหญิงไทยอายุ 23 ปี และ 25 ปี มีประวัติลักลอบข้ามแดนจากอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ก่อนเดินทางกลับมายังบ้านพักที่จังหวัดเชียงใหม่ และยังเป็นผู้สัมผัสกับผู้ป่วยโควิด-19 รายล่าสุดของจังหวัดพะเยา ที่เดินทางลักลอบเข้าเมืองทางอำเภอแม่สายในวันที่ 27 พ.ย.

 


นายแพทย์ จตุชัย ระบุว่า จากการลงพื้นที่ของทีมสอบสวนโรค เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักควบคุมโรคที่ 1 ผู้ป่วยทั้งสองรายนี้ได้เดินทางไปทำงานที่ประเทศเมียนมา และเดินทางกลับจากประเทศเมียนมา ในวันที่ 26 พ.ย.โดยช่องทางธรรมชาติทางอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ก่อนจะเดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ และพักอาศัยอยู่ในที่พักส่วนตัว กับญาติ


กระทั่งมีเพื่อนชาวจังหวัดพะเยา ที่เดินทางไปทำงานด้วยกันที่ประเทศเมียนมา แวะมาหาที่บ้านพัก ต่อมาเพื่อนคนดังกล่าวได้เดินทางเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิค 19 ที่โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะเดินทางกลับจังหวัดพะเยา และฝากให้เพื่อนที่เป็นผู้ป่วยรายที่ 43 และ 44 ไปฟังผลแทน
สำหรับไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายที่ 43 และ 44 วันที่ 27 พ.ย. เวลา 15.00 – 17.00 น. เดินทางเข้าประเทศทางพรมแดนธรรมชาติกับเพื่อนรวม 3 ราย โดยการเดินเท้า แล้วต่อรถจักรยานยนต์ เดินทางเข้าประเทศทาง นอนค้างบ้านเพื่อนที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย , วันที่ 28 พ.ย. อยู่บ้านเพื่อน อำเภอแม่สาย ,วันที่ 29 พ.ย. นั่งรถเก๋งรับจ้างไปในตัวเมืองเชียงราย นอนบ้านเพื่อนที่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย , วันที่ 30 พ.ย. เวลา 11.00 – 16.30 น.เหมารถจาก จังหวัดเชียงราย เดินทางมาพร้อมกันทั้ง 3 คน รถมาส่งที่บ้านพัก และหอพักย่านสันติธรรม โดยระหว่างเดินทางไม่ได้แวะที่ไหน และในวันเดียวกันนี้ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ชาวจังหวัดพะเยา ได้มาหาที่บ้านพักและหอพักย่านสันติธรรม ในช่วงค่ำหลังจากไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลเอกชน ใมนจังหวัดเชียงใหม่
ต่อมาวันที่ 1 ธ.ค.เวลา 12.00 น. ผู้ป่วยรายที่ 43 และ 44 ไปฟังผลให้เพื่อนที่โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ และพบว่าเพื่อนมีผลเป็นบวกติดเชื้อ เจ้าหน้าที่จึงเข้าซักถามประวัติเพิ่มเติม พบว่ามีประวัติเสี่ยงเพราะเดินทางมาจากพื้นที่ระบาดเช่นกัน จึงได้ติดตามเพื่อนอีก 2 คนมาตรวจด้วยกันทั้งหมด ต่อมาเวลา 18.00 น. ผลผลตรวจยืนยันว่า หญิงรายที่ 43 และ 44 พบเชื้อโควิด-19 เจ้าหน้าที่จึงได้รับตัวไปรักษาที่ โรงพยาบาลนครพิงค์ ส่วนเพื่อน คือ นางสาว A อีกรายมีผลเป็นลบ ขณะนี้กักตัวอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐกำหนด
สำหรับการติดตามผู้สัมผัสกับผู้ป่วยทั้งสองรายนี้ พบผู้สัมผัสใกล้ชิดเสี่ยงสูง จำนวน 3 ราย และผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ จำนวน 2 ราย ซึ่งขณะนี้ได้เก็บสิ่งส่งตรวจหาเชื้อโควิด 19 แล้วอยู่ระหว่างรอผล จำนวน 4 ราย ส่วนอีก 1 ราย รอเก็บสิ่งส่งตรวจหาเชื้อโควิด 19 และทางทีมสอบสวนโรคยังคงดำเนินการติดตามค้นหากลุ่มผู้สัมผัสกับผู้ป่วยทั้งสองรายนี้ ต่อไป
นายแพทย์ จตุชัย ยังได้เน้นย้ำให้ประชาชนที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมดนตรีที่สิงห์ปาร์ค จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 29 พ.ย. ซึ่งเป็นวันเดียวกับหญิงชาวจังหวัดพะเยาที่ติดเชื้อโควิด 19 เดินทางไปเที่ยว ให้กักสังเกตอาการตัวเอง จนครบ 14 วันหลังสัมผัส (พ้นระยะกักตัว 14 ธ.ค.2563) หากมีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ให้รีบไปรับการตรวจที่โรงพยาบาลได้ทุกแห่ง พร้อมบอกอาการเสี่ยงสัมผัส รวมถึงสามารถประเมินตนเองได้จากแอพพลิเคชั่น แบบคัดกรองตนเองสำหรับผู้สงสัยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (https://cmsdm.net/Self-ScreeningV2/index.php)
ขณะเดียวกันยืนยันว่า ในรายที่ 43 และ 44 นี้ เป็นการติดเชื้อจากนอกประเทศ ไม่ใช่การติดเชื้อในพื้นที่ จึงไม่มีความจำเป็นที่ประชาชน หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อกลับไปแล้วจะต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน
ด้านผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ กล่าวถึงอาการของผู้ป่วยรายที่ 42 ว่า อาการดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ยังมีความเครียดสูง และเคยคิดจะทำร้ายตัวเองหลังทราบข่าวสารจากสื่อมวลชน ส่วนผู้ป่วยรายที่ 43 และ 44 ไม่แสดงอาการ แพทย์จึงให้นอนรักษาตัวในห้องความดันลบ